แม่ถึงกับช็อก!! เด็กชายเกิดมามีหน้าประหลาด เหมือนใส่หน้ากาก หมอห้ามไม่ให้แม่เจอหน้าลูกชาย เมื่อคลอดเสร็จ สาเหตุเพราะอะไรไปดูกัน!!

loading...

loading...

เด็กชายเกิดมามีหน้าประหลาด เหมือนใส่หน้ากาก หมอห้ามไม่ให้แม่เจอหน้าลูกชาย เมื่อคลอดเสร็จ สาเหตุเพราะอะไรไปดูกัน!!เว็บไซต์ต่างประเทศ ได้รายงานเรื่องราวของเด็กชายคนหนึ่ง ที่จะทำให้หลายๆคนมีการแตกตื่นใจ และมีความสงสาร เมื่อได้เห็นเด็กชายเกิดมามีหน้าตาประหลาด เหมือนใส่หน้ากาก

เด็กชายที่น่าสงสารคนนี้ มีชื่อว่า Huikang เกิดเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2009 ในครอบครัวชาวนา อยู่ในเมืองหูหนาน (Hunan)ทางตอนใต้ของจีน
สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว Yi Lianxi แม่ของ Huikang กล่าวว่าในระหว่างการตั้งครรภ์ เธอได้ไปอัลตราซาวนด์ เพื่อเช็คดูอาการและสุขภาพของลูกมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ยังไม่พบว่ามีอาการแบบนี้ แต่หลังจากทำการคลอดเสร็จ หมอกลับไม่ให้พบหน้าลูก เธอขอหลายครั้งแล้วครั้งเล่า โดยความสงสารหมอก็ตัดสินใจให้เธอเห็นลูกชายของเธอ เพราะหมอกลัวเธอเห็นสภาพของลูกแล้วทำใจไม่ได้ ก็เลยห้ามไม่ให้เห็นหน้า Huikang (ลูกชายของเธอ)
loading...

นาง Yi Lianxi บอกให้นักข่าวทราบอีกว่า เธอรู้สึกผิดหวังและเสียใจมาก คือดูเหมือนจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อได้เห็นใบหน้าของลูกชายเป็นครั้งแรก หลังจากได้คลอดลูกชายที่มีใบหน้าประหลาดแบบนี้ ทำให้เธอมีความอาบอาย และครอบครัวของเธอมีการดูกถูกอย่างมากจากชาวบ้านในท้องถิ่น

แต่อย่างไรก็ตาม Huikang (ลูกชายของเธอ) ได้รับทำการผ่าตัดมาแล้ว 2 ครั้ง ไม่สำเร็จ  คุณหมอได้กล่าวว่า ต้องรอเวลา อีกประมาณ 10 ปี จึงจะทำการผ่าตัดอีกครั้ง เพราะกระดูกใบหน้าของ Huikang ยังอ่อนอยู่..

loading...

ที่มา  : thanaza.com/media/hunan-huikang/




ใช้เครื่องจับเท็จสอบ3จนท. คุมผู้ต้องหาผูกคอดีเอสไอ

loading...
เผยใช้เครื่องจับเท็จสอบ 3 จนท.ดีเอสไอ รับผิดชอบ "ธวัชชัย" ผู้ต้องหาผูกคอดับแล้ว แนะดึงญาติเข้าร่วมสังเกตุการณ์ทุกขั้นตอน เพื่อความโปร่งใส พร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญนิติเวช รพ.ดัง ร่วมคลายปมเสียชีวิต
 

 เมื่อวันที่  2 ก.ย. พล.อ.ไพบูลย์  คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตจากสังคมถึงความผิดปกติในการเสียชีวิตของนายธวัชชัย อนุกูล อดีตพนักงานที่ดินทุจริตออกโฉนด จ.ภูเก็ต พังงา ผู้ต้องหาระหว่างถูกควบคุมตัวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า นายชาญเชาวน์ ไชยานุกิจ ปลัดยุติธรรมได้รายงานถึงแนวทางตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวเพื่อให้เกิดความโปร่งใส โดยจะเชิญหน่วยงานกลางมาร่วมตรวจสอบ ไม่ได้มีเพียงดีเอสไอเป็นผู้ตรวจสอบฝ่ายเดียว ทั้งนี้ป้องกันไม่ให้เกิดข้อครหา ในส่วนดีเอสไอที่ผ่านมามีการใช้เครื่องจับเท็จสอบสวนผู้เกี่ยวข้องในการควบคุมตัวผู้ต้องหารวม 3 รายแล้ว แต่ไม่ได้เชิญญาติเข้าร่วมสังเกตการณ์  ตนจึงได้กำชับดีเอสไอว่าหากขั้นตอนใดสามารถเปิดเผยข้อเท็จจริงได้และไม่เป็นอันตรายก็ควรเชิญญาติมาร่วมรับฟังและสังเกตการณ์ด้วย ส่วนกรณีการผ่าพิสูจน์ศพซ้ำ ตนเป็นผู้ท้วงติงไปว่า เหตุใดทางญาติจึงจะเร่งรีบเผาศพหลังเสียชีวิตเพียง 1 วัน เนื่องจากคดียังมีข้อเคลือบแคลงสงสัย  ดังนั้นควรเก็บรักษาศพไว้ก่อนหรือญาติจะนำส่งศพให้หน่วยอื่นตรวจสอบซ้ำก็เป็นเรื่องที่ทำได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องดังกล่าวดีเอสไอต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างไร รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า  จะให้ใครรับผิดชอบ รับผิดชอบเรื่องอะไรเขาทำอะไรผิดหากเป็นกรณีผู้ต้องหาผูกคอตายแล้วเจ้าหน้าที่ปั๊มหัวใจเพื่อช่วยชีวิตแล้วซี่โครงหักก็ไม่มีความผิด  เขาต้องรับผิดชอบหรืออย่างไร เพราะเป็นการช่วยชีวิต แต่หากดีเอสไอไปทำให้เขาตายอย่างที่สังคมเคลือบแคลงก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย  หากการปั๊มหัวใจเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายก็ต้องมีหน่วยงานกลางเข้ามาอธิบายทำความเข้าใจกับสังคม

ด้านปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า  ขณะนี้กระทรวงยุติธรรมได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบกรณีการเสียชีวิตของผู้ต้องหาระหว่างถูกควบคุมอีกคณะหนึ่งโดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 15 วัน ทั้งนี้จะทำหนังสือเชิญแพทย์ด้านนิติเวชจาก รพ.ต่าง ๆ เข้าร่วมเป็นที่ปรึกษา และให้ญาติรับฟังทุกขั้นตอน ล่าสุดได้รับความร่วมมือจากญาติในการส่งศพผู้ต้องหามาเก็บรักษาไว้ที่ห้องเก็บศพของรพ.ธรรมศาสตร์รังสิต เนื่องจากญาติยังไม่ประสงค์จะเผาศพ  จึงเกรงว่าหากเก็บไว้ที่วัดจะทำให้สภาพศพเสียหาย ส่วนการผ่าศพซ้ำอาจไม่มีความจำเป็น

ขณะที่พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดี ดีเอสไอ  กล่าวถึงกรณีการประสานญาติเพื่อนำศพมาผ่าพิสูจน์หลังจากใบแจ้งสาเหตุการเสียชีวิต ของนิติเวชของตำรวจระบุตับแตกว่า  เพื่อให้สังคมคลายข้อสงสัยและความสบายใจของญาติผู้ต้องหาที่เสียชีวิต ดีเอสไอจึงประสานหน่วยงานกลาง ประกอบด้วยแพทย์จากรพ.จุฬาฯ รพ.ศิริราช และ รพ.รามาธิบดี ให้ช่วยทำการพิสูจน์ โดยดีเอสไอจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว ส่วนการตรวจสอบภายในของหน่วยงานก็ยังดำเนินการอยู่ และพร้อมจะชี้แจงให้ทุกฝ่ายรับทราบพร้อมกัน ทั้งนี้ปฏิเสธข่าวที่ระบุว่า กล้องวงจรปิดหน้าห้องควบคุมผู้ต้องหาเสียว่าไม่เป็นความจริง กล้องวงจรปิดยังอยู่และเปิดใช้งานได้ปกติ และพร้อมเปิดเผยทุกฝ่ายเพราะหากให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดดูก็จะเกิดข้อครหาว่าเลือกปฎิบัติได้.. 

credit: dailynews

ร้อยเอ็ดเฮอีกแล้ว! สาวใหญ่ทุ่งกุลาร้องไห้เฮง ถูกรางวัลที่1 638684

loading...
 

วันนี้ (1 กันยายน 2559)เวลา 17.00น.นางสุนงค์ เอียหลง อายุ 55 ปี บ้านเลขที่ 41 ม.10 ต.บ้านฝา อ.เกษตรวิสัย จ.ร้อยเอ็ด เข้าแจ้งความต่อ ร.ต.อสำเร็จ ประภาวะเก รองพนักงานสอบสวนเวร สภ.เกษตรวิสัย
credit: roiettv.com

ลือหึ่งตั้ม-เดอะสตาร์10 บ้านแตกแอบซุกกิ๊กพริตตี้

loading...
ลือหึ่ง...นักร้องขาร็อก "ตั้ม เดอะสตาร์ 10" บ้านแตก แอบซุกกิ๊กพริตตี้หลังภรรยาเพิ่งคลอดลูกคนที่ 2 แต่ถูกจับได้ ฝ่ายหญิงยื่นคำขาดให้เลิกแต่ฝ่ายชายไม่ยอมเคลียร์
 
กลายเป็นประเด็นดราม่า หลังจากที่ "ตุ๊กตุ่น-รจเลข" ภรรยาของนักร้องขาร็อก "ตั้ม-สุธน" หรือตั้ม เดอะสตาร์ 10 ได้โพสต์ภาพ และข้อความลงในอินสตาแกรมส่วนตัวว่า "สัญญากันนะ ว่าจะเป็นเด็กดี เราจะไม่ทิ้งกัน #ทำไมกว่าจะผ่านแต่ละชม.มันยากจัง #แม่จะเข้มแข็งเพื่อลูก #แม่ขอโทษนะ #martrin" นอกจากนี้ยังภาพข้อความว่า "คนอื่นทิ้งเราไป อาจมองว่าเราไร้ค่าแต่แม่เราบอกเสมอว่า เรามีค่ามากที่สุดในชีวิตแม่" จนชาวเน็ตได้เข้ามาคอมเมนต์ให้กำลังใจ และยังคาดเดาว่าตุ๊กตุ่นอาจเกิดปัญหาชีวิตรักกับตั้ม-เดอะสตาร์ 10 หรือไม่

หลังจากชาวเน็ตคาดเดาเกี่ยวกับข่าวตั้ม เดอะสตาร์ ล่าสุด แหล่งข่าวคนสนิทของฝ่ายหญิง เปิดเผยกับ "เดลินิวส์ออนไลน์" ว่า เกิดปัญหาครอบครัวกันถึงขั้นบ้านแตกจริง โดยฝ่ายชายแอบซุกิ๊กเป็นพริตตี้ หลังจากที่ได้ทัวร์คอนเสิร์ตตามต่างจังหวัดจะพาพริตตี้สาวคนหนึ่งไปด้วยเสมอ โดยฝ่ายหญิงจับได้ และให้อภัยแล้วครั้งหนึ่ง แต่ปัญหานี้ก็ยังเกิดขึ้นซ้ำซาก จนฝ่ายหญิงตัดสินใจยื่นคำขาด จบชีวิตคู่ทันที พร้อมกับแยกกันอยู่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ฝ่ายหญิงยังทราบภายหลังว่าฝ่ายชายมีกิ๊กหลังจากที่ตัวเองเพิ่งคลอดลูกคนที่ 2 ไปไม่นาน
credit:  dailynews


สะเทื่อนใจมากๆ!! ชมคลิป มอไซค์ชนรถเก๋ง แยกคลองเตย !!

loading...



credit: newsthainew1

แม่ลูกอ่อนฆ่าโหดเศรษฐีนี ฉุนทวงเงิน2หมื่น-ขู่แจ้งตร

loading...
รวบแล้วสาวแม่ลูกอ่อน มือฆ่าเศรษฐีนีกาฬสินธุ์ สารภาพถูกตามทวงเงิน 2 หมื่น ที่ยืมมาลงทุนหลังคลอดลูก เลยนัดเจรจาที่โกดังร้างก่อนตบตี คว้าไม้หน้าสามฟาดหัวถุงพลาสติกคลุมจนขาดอากาศหายใจตาย

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.  พล.ต.ต.อภิชิต เทียนเพิ่มพูล ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ทศพรจิเนราวัต ผกก.สภ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ แถลงผลการจับกุมตัว น.ส.รัชนี หรือ น้อยภูบุญเพชร อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาก่อเหตุทำร้ายร่างกายนางศรีลักษณา โชติมุข เศรษฐีนี ภรรยาพ.ต.ท.ศุภชัย โชติมุข อดีตสวส.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ จนเสียชีวิต พร้อมของกลางเสื้อผ้าเปื้อนเลือดที่สวมใส่ในวันก่อเหตุ โทรศัพท์มือถือ รองเท้าแตะและท่อนไม้หน้าสาม โดยจับกุมได้ที่บ้านพักของผู้ต้องหาเลขที่ 75 หมู่ 5 ต.โนนแหลมทอง อ.สหัสขันธ์ จ.กาฬสินธุ์ จากนั้นได้ควบคุมตัวไปทำแผนประกอบรับคำสารภาพในที่เกิดเหตุโกดังร้าง หมู่ที่ 4 ต.สมเด็จ อ.สมเด็จ จ.กาฬสินธุ์ ท่ามกลางชาวบ้านที่มาเฝ้าดูเหตุการณ์จำนวนมาก

สอบสวนน.ส.รัชนี ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ตนได้รู้จักกับผู้ตายมาประมาณ 1 ปีเศษ เนื่องจากตนมีอาชีพเป็นแม่บ้านจึงได้ไปยืมเงินผู้ตายมาโดยตลอดก็เสียดอกกันตามปกติ แต่มาในระยะหลังเศรษฐกิจไม่ดีประกอบกับตนเองเพิ่งจะคลอดลูกออกมาประมาณ 7 เดือน จึงได้ไปยืมเงินผู้ตายมาเพื่อลงทุนเพื่อไปทำตู้เติมเงินโทรศัพท์หยอดเหรียญ 2 หมื่นบาท ซึ่งยังไม่มีเงินคืนแต่ผู้ตายก็มาพยายามทวงนี้อยู่ตลอด และล่าสุดก็ได้โทรศัพท์มาบอกว่าถ้าไม่จ่ายจะแจ้งตำรวจจึงรู้สึกกลัว ก่อนจะนัดมาเจรจากันที่โกดังร้าง ทันทีที่พบผู้ตายได้ต่อว่าตนอย่างหนัก แล้วก็ได้เริ่มทะเลาะกันมีการตบตีกัน แต่เนื่องจากผู้ตายอายุมากกว่าจึงสู้แรงไม่ไหวแล้วได้ล้มลงหัวไปกระแทกกับท่อนไม้ที่วางอยู่ จากนั้นตนก็ได้วิ่งหนีแต่ผู้ตายก็ได้วิ่งตามมาจับแขนไว้ ตนจึงตัดสินใจที่จะฆ่าผู้ตายทันที โดยเมื่อมีการผลักกันล้มไปอีกครั้งก็ได้คว้าไม้หน้าสามตีเข้าที่ศีรษะและใบหน้าหลายครั้ง จากนั้นก็ได้ใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวจนขาดอากาศหายใจและตายในที่สุด และก่อนที่จะหลบหนีได้นำสังกะสีและเศษไม้ในโกดังมาทับศพเอาไว้ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับ2คนสนิทลวงฆ่าโหด เศรษฐีนีหมกโกดัง-ฆ่าล้างหนี้
ฆ่าโหดเศรษฐินีหมกโกดังร้าง คาดปมสังหารล้างหนี้



credit; dailynews.co.th

Kategori

Kategori